สัมภาษณ์นักเรียน


คุณวนิดา มานะกิติวิภาต

ทำไมถึงมาเรียนชี่กง?

- ด้วยวัยที่มากขึ้น จึงเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพ บวกกับมีอาการเสียงดังในหู รักษาอย่างไรก็ไม่หายทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและยาจีน ซึ่งเป็นอาการหูเสื่อม จากนั้นมีเพื่อนแนะนำให้มาลองฝึกชี่กงจึงได้มาสมัครเรียน

รู้จักเรื่องพลังมาก่อนหรือไม่?

- ไม่รู้จักมาก่อน แต่เป็นคนรักสุขภาพเป็นทุนเดิม ชอบนั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ฝึกหายใจ แต่ไม่รู้จักเรื่องพลัง หรือเรื่องชี่

พอได้มาเรียนชี่กง รู้สึกอย่างไรบ้าง?

- พอเรียนขั้นที่ 1 ก็เริ่มสัมผัสพลังได้ แต่เผอิญตอนที่สมัครเรียน เรียนควบคู่ชี่กงขั้นที่ 1 กับการนั่งสมาธิเสี่ยวโจวเทียน สุขภาพดีขึ้น และจิตอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น ตัดกังวลทั้งในอดีตและอนาคต

เป็นคนชอบนั่งสมาธิ ถ้าเช่นนั้นในความคิดของท่าน เสี่ยวโจวเทียนแตกต่างกับแบบพุทธเช่นไร?

- สมาธิแบบพุทธเน้นเรื่องการหายใจ การเกิดดับ ความว่างเปล่า ทำให้จิตสงบ แต่สมาธิแบบเสี่ยวโจวเทียน จะเป็นขั้นเป็นตอน มีตั้งแต่จิตเฝ้า ทำจิตนิ่ง มีการเกิดพลัง หมุนเดินพลังลมปราณ เกิดยา และเก็บยา ในส่วนตัวการนั่งสมาธิแบบเสี่ยวฯทำให้จิตนิ่งได้ลึกมาก คุมจิตตนเองได้ดีกว่าแต่ก่อน และอยู่กับปัจจุบันได้ตลอดเวลา

ฝึก “เสี่ยวโจวเทียน” (เป็นวิชาชี่กงอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการนั่งสมาธิขั้นสูงสำนักเต๋า) แล้วเป็นอย่างไร? มีการเปลี่ยนแปลงเช่นไรบ้าง?

- อย่างแรกที่รู้สึกได้เลยคือ “จิตนิ่ง มีสติ” ด้วยหน้าที่การงานทำให้เครียดง่าย แต่พอฝึกเสี่ยวโจวเทียนรู้สึกเครียดน้อยลง เหมือนกับจิตสามารถอยู่กับปัจจุบันได้ ควบคุมจิตได้ดีขึ้น ไม่ไหวไปตามอารมณ์ต่างๆ สุขภาพก็ดีขึ้น แข็งแรง นอกจากนี้ เท่าที่ฝึกมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบกายค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป โหวงเฮ้งก็เช่นเดียวกัน รู้สึกว่าเวลาเจอปัญหาก็เจอทางแก้ได้เอง เหมือนมีสิ่งเกื้อหนุน อาจเป็นเพราะจิตของเราเปลี่ยนจากการฝึกเสี่ยวโจวเทียนก็เป็นได้

คุณชัชสรัญ โตวิบูล

ทำไมถึงมาเรียนชี่กง?

เดิมทีเป็นคนดูแลสุขภาพอยู่แล้ว และมักมีอาการไอ เจ็บคอ อาการเหมือนเหมยเหอชี่ (รู้สึกเหมือนมีเม็ดลูกบ๊วยติดคอ) ซึ่งเป็นมานาน รักษาอย่างไรก็ไม่หาย จากนั้น เผอิญได้มารู้จักเรื่องเกี่ยวกับ “พลังรอบตัว” (หรือ ชี่ นั่นเอง) จึงได้เริ่มสนใจศึกษา และก็เหมือนมีโชคเข้าข้าง ทำให้ได้อ่าน “หนังสือชี่กงรูปแบบง่ายเล่ม 1” พอได้ลองฝึกตาม ก็สัมผัสได้ถึงแรงต้านของพลังจริงๆ สองฝ่ามือเหมือนมีไฟฟ้าสถิต ทำให้ยิ่งเชื่อเรื่องเกี่ยวกับพลังมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะสัมผัสได้จริงๆ

ทำไมถึงเลือกเรียนชี่กงที่นี่?

หลังจากที่ได้อ่าน “หนังสือชี่กงรูปแบบง่ายเล่ม 1” แล้ว ทำให้เริ่มสนใจมาสมัครเรียนกับอาจารย์หยาง พอได้มาเรียนก็รู้สึกชอบรูปแบบการสอนที่เป็นขั้นเป็นตอน มีการปูพื้นฐานที่ละเอียด อธิบายความหมายของพลัง มีทฤษฎีที่น่าเชื่อถือ และมีเคล็ดลับการฝึก นอกจากนี้ อาจารย์ผู้สอนยังมีความใส่ใจ สามารถตอบข้อข้องใจให้ได้ และคอร์สเรียนยังสามารถมาทบทวนได้อีกด้วย

ฝึกชี่กงแล้วร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไร? นับตั้งแต่คลอดลูก ร่างกายก็แข็งแรงดีมาก ไม่เคยเจ็บป่วย รู้สึกร่างกายมีภูมิต้านทานดีมาก ฝึก “เสี่ยวโจวเทียน” (เป็นวิชาชี่กงอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการนั่งสมาธิขั้นสูงสำนักเต๋า) แล้วเป็นอย่างไร?

จุดเด่นของวิชานี้คือ การหมุนโคจรพลัง ซึ่งพอฝึกไปถึงขั้นกลาง ได้เกิด “เสียนกวาน” (พลังก่อนเกิด) ซึ่งเป็นแสงสว่างราวกับฟ้าผ่าเข้าสู่คอลงถึงท้อง จากนั้นก็เหมือนน้ำลายแตก และมีกลิ่นหอมในปาก หลังจากนั้นอาการเหมยเหอชี่ ไอ หรือเจ็บคอ ก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ความรู้สึกเมื่อได้รับการ “ก้วนติ่ง” จากอาจารย์?

ช่วงที่อาจารย์เปิด “ติ่งหลุน” ให้ ความรู้สึกตอนนั้น เหมือนถูกกดลงจนตัวงอ คล้ายจะจมลงไปในดิน ร่างกายแข็งเป็นหินทันที จับเวลาไม่ทัน รู้สึกพลังแน่นไปทั้งตัว จนรู้สึกอึดอัดหงุดหงิด พยายามผ่อนคลาย ร่างกายก็ยังแข็งเป็นหิน จนอาจารย์มาเปิด “เหมยหลุน” เห็นแสงสว่างเหมือนลืมตา กว้างไม่มีขอบเขต จากนั้นเห็นแสงสีฟ้า เขียว แดง แสงสว่าง สลับกันไปเรื่อยๆ อาจารย์เปิดม่ายหลุนให้ด้านหลังศีรษะ รู้สึกศีรษะพองโตร่างกายพองโตขึ้น รูขุมขนในร่างกายแทบทุกรูขุมขนเหมือนมีหนอนชอนไช รู้สึกผ่อนคลาย กระดูกสักหลังค่อยๆ เคลื่อน

#interview #review